อลังการ! อาคารเรียนมหาวิทยาลัยจีน สร้างแบบพระราชวังโบราณ

มหาวิทยาลัยในมณฑลเจียงซี ประเทศจีน ออกแบบและตกแต่งอาคารเรียนเหมือนพระราชวังโบราณ หวังแสดงประเพณีและวัฒนธรรมจีนโบราณให้นักศึกษาได้เรียนรู้ผ่านของจริง

เว็บไซต์ข่าวประเทศจีนรายงานว่า เมื่อเร็วๆ นี้ มีชาวเน็ตได้เผยแพร่ภาพถ่ายอาคารเรียนของคณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยอีสเจียวทง (East China Jiaotong University) ในเมืองหนานชาง มณฑลเจียงซี ที่มีการออกแบบและตกแต่งเหมือนกับพระราชวังโบราณ ตั้งอยู่บริเวณเนินเขา มีสระน้ำล้อมรอบ ดูสวยงามและยิ่งใหญ่คล้ายกับพระราชวังโบราณของจริง ลงบนสื่อโซเชียลมีเดียของจีน จนสร้างความฮือฮาและข้อถกเถียงกันตามมาไม่น้อย

โดยบางส่วนพากันแสดงความคิดเห็นถูกอกถูกใจว่า ทั้งสวยและไม่เหมือนใครดี บางส่วนก็แซวว่า ไปเรียนคงเหมือนกับเหล่าขุนนางเข้าวังไปเฝ้าฮ่องเต้ บ้างก็บอกว่าเคยเข้าไปเดินชมมาแล้ว บรรยากาศดีไม่เลวเลย แต่บางส่วนก็บอกว่า โรงเรียนควรจะมุ่งเน้นไปที่การเรียนการสอนไม่ใช่การเปรียบเทียบสิ่งก่อสร้าง
ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ของคณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีฯ ดังกล่าวได้ออกมาเปิดเผยว่า ทางคณะต้องการนำวัฒนธรรมจีนโบราณออกแสดงให้นักศึกษาได้เรียนรู้ผ่านของจริง และนักศึกษาก็สามารถใช้เป็นแบบในการฝึกวาดภาพได้ และขณะนี้ก็มีนักศึกษาจำนวนไม่น้อยที่เริ่มใช้สถานที่รอบๆ บริเวณนั้นฝึกฝนฝีมือกันแล้ว

รวยไม่นาน! จับนายทุนยาเสพติดยึดทรัพย์กว่า 100 ล้านบาท

ตำรวจภูธรสุราษฎร์ธานี ร่วมกับ ปปส.ภาค 8 แกะรอยนายทุนเครือข่ายยาเสพติด จนสามารถจับกุมเครือข่ายรายใหญ่ได้ 2 คน พร้อมยึดทรัพย์สินหลายรายการมูลค่าเกือบ 100 ล้านบาท

วันนี้(17 มี.ค. 60) นายอวยชัย อินทรนาค ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี พล.ต.ท.เทศา ศิริวาโท ผบช.ภ.8 พร้อมด้วย พล.ต.ต.อภิชาติ บุญศรีโรจน์ ผบก.ภ.จว.สุราษฎร์ธานี ร่วมแถลงผลการจับกุมเครือข่ายยาเสพติดรายใหญ่ ตามหมายจับ พร้อมตรวจยึดทรัพย์สินมูลค่านับ 100 ล้านบาท หลังติดตามแกะรอยมานาน 1 ปี

ผู้ต้องหาทั้ง 2 คน คือ น.ส.พรชนก หรือจูน ฝอยทอง อายุ 24 ปี กับ นายวุฒิชัย หรือสัน สอนอินทร์ อายุ 34 ปี ถูกจับได้ที่บ้านพักในอำเภอบางบัวทอง จังหวัดนนทบุรี

นอกจากนี้ ได้ดำเนินการยึดทรัพย์สินของผู้ต้องหาทั้ง 2 คน รวมมูลค่าเกือบ 100 ล้านบาท ประกอบด้วย ทรัพย์สินของนายวุฒิชัยและแฟนสาว อาทิ ทองคำหนัก 200 บาท ทองรูปพรรณหนักกว่า 20 บาท เงินสด 230,000 บาท เงินฝากในบัญชี 8,300,000 บาท บ้านซึ่งเปิดเป็นธุรกิจขายบ้านมือสอง มูลค่า 15 ล้านบาท บ้านพร้อมที่ดินอีก 13 หลัง ย่านนนทบุรี รถยนต์ 4 คัน รถจักรยานยนต์ 2 คัน ทรัพย์สินอื่นๆอีกหลายรายการ

ส่วนทรัพย์สินของนางสาวพรชนก ประกอบด้วย บ้านเดี่ยว 2 ชั้นในหมู่บ้านหรู ราคาประมาณ 10 ล้านบาท รถยนต์กระบะใหม่ 1 คันมูลค่า 1,200,000 บาท รถยนต์แค็ป 1 คัน เงินสดในบัญชี 170,000 บาท และทรัพย์สินอื่นๆอีกหลายรายการ

มส.ยังไม่พิจารณาความผิดทางธรรมวินัย “ธัมมชโย”

มหาเถรสมาคม เผยผลการประชุมวันนี้ รับทราบเรื่องถอดสมณศักดิ์ “พระธัมมชโย-พระทัตตชีโว” ไม่ได้พิจารณาเรื่องความผิดทางธรรมวินัย “พระธัมมชโย”

วันนี้ (10 มี.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การประชุมมหาเถรสมาคม (มส.) เริ่มประชุมตั้งแต่เวลา 14.00 น. สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ (อมฺพรมหาเถร) สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก เสด็จพระดำเนินเป็นประธานในการประชุม โดยมีพันตำรวจโท พงศ์พร พราหมณ์เสน่ห์ ผู้อำนวยการสำนักพระพุทธศาสนาแห่งชาติ หรือ พศ. เฝ้ารับเสด็จด้วย

โดยวาระการประชุมวันนี้มีประเด็นที่หลายคนจับตามอง คือ วาระเรื่องการเอาผิดทางธรรมวินัย แก่ พระไชยบูลย์ สุทธิพล หรือ พระธัมมชโย อดีตเจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย หลังจากที่มีพระราชโองการโปรดเกล้า โปรดกระหม่อมให้ถอดถอน ออกจากสมณศักดิ์ ตั้งแต่วันที่ 4 มี.ค.60 หลังตกเป็นผู้ต้องหาในคดีร่วมกันฟอกเงิน สมคบกันฟอกเงิน รับของโจร สหกรณ์เครดิตยูเนี่ยน คลองจั่น และคดีรุกป่าอีกหลายคดี

ล่าสุด เวลา 15.18 น. พันตำรวจโท พงศ์พร พราหมณ์เสน่ห์ ผู้อำนวยการสำนักพระพุทธศาสนาแห่งชาติ เปิดเผยภายหลังการประชุมว่า วันนี้เป็นเพียงการรับทราบ กรณีถอดสมณศักดิ์ของพระธัมมชโย และพระทัตตชีโว รวมทั้งเป็นการรับทราบข้อมูลเตรียมพิจารณาตามกฎของมหาเถรสมาคม ฉบับที่ 21 ข้อ 3(1) กรณีพระภิกษุประพฤติล่วงละเมิดพระธรรมวินัยเรื่องเดียวหรือหลายเรื่องเป็นอาจิณ พร้อมยืนยันว่าหากพระธัมมชโยไม่มาแก้ต่างข้อกล่าวหา ก็จะเดินหน้าพิจารณาตามหลักฐานต่อไป ซึ่งเรื่องนี้ต้องใช้เวลาไม่สามารถกำหนดได้ว่าเมื่อไหร่จะแล้วเสร็จ

กทม.เดินหน้าไล่หาบเร่ 237 จุด เหลือแค่ ข้าวสาร-เยาวราช

วันที่ 3 มี.ค.60 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร (กทม.) พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เป็นประธานการประชุมหัวหน้าหน่วยงานกรุงเทพมหานคร โดยนายสัจจะ คนตรง รองผู้อำนวยการสำนักเทศกิจ ได้รายงานความคืบหน้าการจัดระเบียบผู้ค้าหาบเร่แผงลอยในพื้นที่กรุงเทพฯ ตามนโยบายการคืนทางเท้าให้ประชาชนสามารถสัญจรได้อย่างสะดวก

ทั้งนี้ การจัดระเบียบทางเท้าของ กทม. ขณะนี้ กทม.ได้ดำเนินการจัดระเบียบแล้ว มีความคืบหน้าเป็นลำดับ ซึ่งในช่วงปีที่ผ่านมาได้มีปัญหา จากที่กลุ่มผู้ค้าหาบเร่ ไปฟ้องร้องต่อศาลปกครองให้มีคำสั่งทุเลาการบังคับการยกเลิกจุดผ่อนผันรวม 21 จุด ใน 7 สำนักงานเขต ได้แก่ เขตพญาไท เขตราชเทวี เขตวัฒนา เขตราษฎร์บูรณะ เขตบางกะปิ เขตบางเขน และเขตปทุมวัน ซึ่งกทม.จะเข้าควบคุมพื้นที่ ห้ามไม่ให้ผู้ค้าตั้งวางแผงค้าบนทางเท้า และเข้าปรับปรุงภูมิทัศน์โดยทันที โดยจะเดินหน้าจัดระเบียบและคืนพื้นที่ทางเท้าให้คนสัญจรได้อย่างสะดวก

จะเหลืออนุญาตให้ทำการค้าได้เฉพาะที่บริเวณถนนเยาวราช เขตสัมพันธวงศ์ และบริเวณถนนข้าวสาร เขตพระนคร เนื่องจากพื้นที่ดังกล่าว เป็นจุดการค้าการท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียง โดยกทม.จะพัฒนาให้เป็นจุดท่องเที่ยวที่มีคุณภาพ และกำหนดแนวทางจัดระเบียบพื้นที่ เป็นSafety Zone สำหรับเยาวราชนั้น มีผู้ค้าทั้งสิ้น 141 ราย ส่วนบริเวณถนนข้าวสาร มีผู้ค้าจำนวน 193 ราย

อย่างไรก็ตาม กทม.ได้ประกาศแผนดำเนินการจัดระเบียบหาบเร่ทั่วกรุงเทพเมื่อวันที่ 31 พ.ค. ปี2548 โดยในพื้นที่กรุงเทพฯมีจุดผ่อนผันที่อนุญาตให้ตั้งวางแผงค้าทั้งสิ้น 683จุด กทม.ได้กำหนดระยะเวลาการการยกเลิกทั้งหมด ภายในปี 60นี้ โดยให้สำนักงานเขตพื้นที่เร่งสร้างความเข้าใจกับผู้ค้า และดำเนินการตามแนวทางยกเลิกจุดผ่อนผัน

ลุงวัย 60 โดนรถไฟทับดับ เมียซ้อนท้ายบาดเจ็บ เหตุจยย.เบรกแตกทะลุแผงกั้น

จักรยานยนต์ผ่านทางรถไฟเบรกไม่อยู่ชนรั้วกั้นร่างกระเด็นถูกรถไฟเหยียบเละดับสยอง ลากร่างไปไกลกว่า 200 เมตร โชคยังดีภรรยาที่ซ้อนมาด้วยล้มข้างทางรถไฟก่อน รอดตายไปได้อย่างหวุดหวิด

เมื่อเวลาประมาณ 16.00 น. วันที่ 26 ก.พ. 60 ร.ต.อ.เกียรติภูมิ ภูผาลินิน รอง สว.สอบสวน สภ.หนองบัวโคก รับแจ้งจากนายสถานีรถไฟ บ้านทุ่งเสมียนตา หมู่ที่ 5 ต.บ้านขาม อ.จัตรัส จ.ชัยภูมิ ว่ามีเหตุรถไฟทับร่างคนเสียชีวิต ภายในรางรถไฟสถานีในช่วงหมู่บ้านดังกล่าว จึงรีบรุดไปตรวจที่เกิดเหตุ พร้อมด้วยหน่วยกู้ภัยสว่างคุณธรรมจัตุรัส พร้อมแพทย์เวร รพ.จัตุรัส เข้าร่วมชันสูตรพลิกศพ

ในที่เกิดเหตุ พบรถจักรยานยนต์ยามาฮ่า สีเทา ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน ของผู้ตายล้มอยู่ข้างทางรถไฟและห่างออกจากสถานีจุดทางรถไฟผ่านถนนดังกล่าวไปอีก 200 เมตร มุ่งหน้าเข้าอำเภอจัตุรัส พบร่างผู้เสียชีวิตเป็นชาย 1 ราย สภาพร่างแหลกเละ สวมใส่เสื้อลายสก๊อต สีขาว สวมกางเกงขาสั้นสีแดง ทราบชื่อในเวลาต่อมา นายอดีศักดิ์ เย็นโพธิ์ อายุ 60 ปี

จากการสอบถาม นางอำนวย พงษ์สมบูรณ์ อายุ 45 ปี ซึ่งเป็นภรรยาที่ซ้อนท้ายจักรยานยนต์คันดังกล่าวมาด้วย ให้การว่า ระหว่างเกิดเหตุตนกับผู้ตาย ขี่รถจักรยานยนต์จะไปซื้อของที่อำเภอจัตุรัส หลังจากต้องเดินทางมาตัดอ้อยที่บ้านทุ่งเสมียนตาหลายวัน

พอมาถึงที่เกิดเหตุ สามีบอกว่ารถเกิดเบรกไม่อยู่ พุ่งชนประตูกั้นทางรถไฟที่กำลังปิดลงให้คนที่ขับรถผ่านช่วงสถานีดังกล่าวหยุดรถรอให้รถไฟผ่าน จึงทำให้รถชนประตูกั้นเข้าและล้มลงก่อนที่ร่างของผู้ตายจะกระเด็นไปที่รางรถไฟ ที่กำลังวิ่งผ่านมา จึงถูกเหยียบร่างเข้าพอดี และลากไปไกลอีกกว่า 200 เมตร ส่วนตัวเธอเองโชคยังดีที่รถพาล้มลงก่อนไม่ผ่านประตูกั้นทางรถไฟ

ร.ต.อ.เกียรติภูมิ ภูผาลินิน รอง สว.สอบสวน สภ.หนองบัวโคก หลังได้ทำการตรวจสอบที่เกิดเหตุ ซึ่งเป็นเหตุสุดวิสัยที่ผู้ตายเองขับรถผ่านเข้าไปในช่วงที่ทางการรถไฟก็มีประตูและแจ้งสัญญาให้หยุดรถตามกฏของการรถไฟอยู่แล้ว ซึ่งทางการรถไฟก็ไม่ต้องการเอาผิดกับใครและมีผู้เสียชีวิตไปแล้ว ซึ่งก็ทำให้ทรัพย์สินของทางราชการของการรถไฟเสียหายบางส่วนแต่ก็ไม่มาก ก่อนจะมอบร่างผู้เสียชีวิตให้ญาติรับไปดำเนินการทางศาสนาต่อไป

มือทุบรถยนต์! ออกอาละวาดอีก คาดฝีมือ “ลูกเทพ” เจ้าเก่า

ร.ต.อ.สัญญา จันโท พนักงานสอบสวน สภ.เมืองศรีสะเกษ รับแจ้งเหตุ มีคนร้ายเข้าไปทุบรถยนต์ ภายในบริเวณสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาศรีสะเกษ เขต 1 หลังทราบเรื่องได้รายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ แล้วรุดไปตรวจสอบยังที่เกิดเหตุ

มือทุบรถยนต์! ออกอาละวาดอีก คาดฝีมือ “ลูกเทพ” เจ้าเก่า

เมื่อถึงที่เกิดเหตุ พบเจ้าของรถยนต์ผู้เคราะห์ร้าย ทราบชื่อภายหลังคือ นางสาวจริญา นรสาร อายุ 40 ปี ซึ่งเป็นเจ้าของรถยนต์เก๋งโตโยต้า รุ่นวีออส สีขาว หมายเลขทะเบียน กฉ 1595 ศรีสะเกษ ที่ถูกคนร้ายไม่ทราบจำนวน ใช้ก้อนหินทุบบริเวณกระจกด้านหลังจนแตก ส่วนก้อนหินที่ใช้ทุบทะลุกระจกไปตกอยู่ภายในรถยนต์คันเกิดเหตุ

จากการสอบสวน นางสาวจริญา นรสาร ให้การว่า ตนได้ขับรถยนต์มาติดต่อราชการที่สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถามศึกษาศรีสะเกษ เขต 1 เพื่อสมัครคัดเลือกบุคคลบรรจุและแต่งตั้ง รับราชการเป็นข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ในตำแหน่งครูผู้ช่วย ซึ่งหลังจากทำธุระเสร็จสิ้น ก็ได้นั่งพูดคุยกับกับเพื่อนที่มาสมัครสอบด้วยกัน ขณะเดียวกันนั้น ได้มีคนเดินเข้ามาแจ้งว่า รถยนต์ตนซึ่งจอดอยู่บริเวณที่จอดรถด้านหน้า อาคารถูกทุบกระจก หลังจากนั้น ตนจึงรีบวิ่งมาดูสภาพรถยนต์ของตน พร้อมแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อมาตรวจสอบ

จากการสันนิษฐานเบื้องต้น เจ้าหน้าที่คาดว่า ลักษณะ และพฤติกรรมการลงมือก่อเหตุ คล้ายคลึงกับ คดีของลูกเทพ ที่เคยเป็นข่าวไปทุบรถยนต์คนที่มาจอดไว้บริเวณสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาศรีสะเกษเขต 1 เนื่องจากทะเลาะกับมารดา แต่อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่จะได้ทำการตรวจสอบที่เกิดเหตุเพิ่มเติม พร้อมประสานขอดูภาพจากกล้องวงจรปิด เพื่อหาตัวคนร้ายที่ก่อเหตุในครั้งนี้ เพื่อนำมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ทั้งนี้ จากการสอบถามเจ้าหน้าที่ภายในสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาศรีสะเกษ เขต 1 ได้ให้ข้อมูลว่า ที่ผ่านมา ได้มีคนร้ายเข้ามาก่อเหตุลักษณะนี้ ภายในสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาศรีสะเกษเขต1 อยู่ประมาณ 3-4 ครั้ง โดยครั้งล่าสุดเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 23 ก.พ. 60 ซึ่งเป็นรถยนต์ของเจ้าหน้าที่ซึ่งปฏิบัติงานอยู่ที่แห่งนี้ จนทำให้ระยะหลัง ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่ ตลอดจนประชาชน ผู้ที่จะมาติดต่อราชการ ภายในสถานที่แห่งนี้ ต่างหวาดระแวง และต้องคอยระมัดระวังรถยนต์ของตนเอง เพราะไม่รู้ว่าเมื่อไหร่จะรถยนต์ของพวกเขา จะตกเป็นเหยื่อของคนร้ายเป็นคันต่อไป

พนง.หนุ่มซิ่งรถแข่ง คันละหลายล้าน พุ่งชนท้ายสิบล้อยับเยิน

พนักงานหนุ่มแอบเอารถแข่งสปอร์ตคาร์ในสนาม มาเทสขับกลางเมืองฉงชิ่ง ปรากฏว่าเครื่องแรงไปหน่อย พุ่งชนท้ายสิบล้อพังเละ-เจ็บสาหัส

พนง.หนุ่มซิ่งรถแข่ง คันละหลายล้าน พุ่งชนท้ายสิบล้อยับเยิน

สำนักข่าวประเทศจีนรายงานว่า เกิดเหตุอุบัติเหตุสยองขวัญใจกลางเมือง เมื่อรถสปอร์ตคาร์ที่ใช้แข่งขันในสนาม ราคานับล้านหยวน เกิดเสียหลักเฉี่ยวชนท้ายรถบรรทุกที่จอดอยู่ริมทาง เป็นเหตุทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัส ส่วนสภาพรถแข่งก็พังยับเยิน

เหตุดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวานนี้ (25 ก.พ.) ในพื้นที่เทศบาลนครฉงชิ่ง ประเทศจีน เจ้าหน้าที่กู้ภัยและเจ้าหน้าที่ตำรวจท้องถิ่นได้เข้าตรวจสอบจุดเกิดเหตุ พบเห็นรถสปอร์ตคาร์ที่ใช้สำหรับแข่งขันในสนาม อยู่ในสภาพพังเสียหาย ส่วนด้านหน้ารถยุบ กระจกหน้าแตก โดยรถคันดังกล่าวเป็นรถแข่งที่ไม่มีหลังคา

เบื้องต้นมีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บ 2 คน ชายที่นั่งข้างคนขับได้รับบาดเจ็บ แต่ยังมีสติลงมาจากรถได้ ขณะที่ชายที่ขับขี่รถคันดังกล่าว นอนหมดสติคาพวงมาลัย หลังจากเกิดเหตุดังกล่าว อาการบาดเจ็บค่อนข้างสาหัส เจ้าหน้าที่ต้องเร่งให้การช่วยเหลือ

ทั้งนี้ จากการตรวจสอบพบว่ารถแข่งคันดังกล่าวไม่ได้เป็นของชายทั้ง 2 คนที่ร่วมกันขับขี่มาและเกิดอุบัติเหตุ ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องเร่งตรวจสอบที่มาที่ไปของรถคันดังกล่าว และสืบหาว่าเหตุใดถึงขับออกมาบนท้องถนนเช่นนี้

ขณะที่พยานผู้พบเห็นเหตุการณ์เล่าว่า รถแข่งคันดังกล่าวขับมาด้วยความเร็ว เสียงเครื่องดังกว่ารถปกติทั่วไป กระทั่งมาถึงจุดดังกล่าวที่เป็นทางลาดลงเขา อยู่ๆ รถแข่งก็เกิดเสียหลักก็จะพุ่งชนท้ายรถบรรทุกที่จอดอยู่ข้างทาง ทำให้ตัวรถกระแทกอัดก็อปปี้พังเสียหายดังกล่าว

อย่างไรก็ตาม ล่าสุดเจ้าหน้าที่ได้เบาะแสบางอย่างที่เชื่อว่า รถแข่งคันดังกล่าวน่าจะขับมาจากสนามแข่ง เพื่อนำรถมาขับทดสอบบนท้องถนน โดยชายทั้ง 2 คนน่าจะเป็นพนักงานที่ดูแลรถแข่งคันดังกล่าว โดยที่เจ้าของรถแข่งคันนี้ได้ออกมาแสดงตัวแล้ว ยืนยันว่าไม่เคยอนุญาตให้พนักงาน ที่ไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญเรื่องเครื่องยนต์ นำรถแข่งมาขับเช่นนี้

เพื่อนเจ้าบ่าว 4 คนหอบปืนขึ้นโรงพัก ไม่รู้กระบอกไหนยิงคนตาย

กรณีเมื่อช่วงเช้าวันที่ 26 ก.พ. มีกลุ่มวัยรุ่นคึกคะนองใช้อาวุธปืนระดมยิงฉลองระหว่างแห่ขบวน

เพื่อนเจ้าบ่าว 4 คนหอบปืนขึ้นโรงพัก ไม่รู้กระบอกไหนยิงคนตายขันหมากเจ้าบ่าวไปแต่งงานกับเจ้าสาว บริเวณริมถนน บ้านห้วยไข่เน่า หมู่ 4 ต.เขาไม้แก้ว อ.บางละมุง จ.ชลบุรี ทำให้กระสุนที่ปลิวว่อนหลายสิบนัดพุ่งเข้าไปเจาะร่างนายธเนศ อายุ 36 ปี ที่หน้าอกซ้าย 1 นัดทะลุออกด้านหลัง ขณะกำลังนั่งคุยกับเพื่อนที่โรงเพาะเห็ด ห่างจากขบวนขันหมากประมาณ 100 เมตร จนเสียชีวิตคาที่แบบไม่รู้อิโหน่อิเหน่ ตามที่รายงานไปแล้วนั้น

ล่าสุดเมื่อเวลา 20.00 น. วันเดียวกัน ได้มีกลุ่มเพื่อนเจ้าบ่าวอายุระหว่าง 20-30 ปี รวม 4 คน นำอาวุธปืนขนาด 9 มม. 3 กระบอก และขนาด .45 มม. 1 กระบอก เข้าพบ พ.ต.อ.อนันต์ ภู่ระหงษ์ ผกก.สภ.ห้วยใหญ่ เพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจ ซึ่งจากการสอบปากคำทั้งหมดให้การยอมรับว่าใช้อาวุธปืนยิงขึ้นฟ้าในขบวนแห่ขันหมากจริง แต่ไม่รู้ว่ากระสุนปริศนาที่ไปโดน นายธเนศ จนเสียชีวิตมาจากกระบอกไหน

พ.ต.อ.อนันต์ ภู่ระหงษ์ ผกก.สภ.ห้วยใหญ่ เผยว่า หลังสอบสวนเบื้องต้นและถ่ายภาพทำประวัติ เก็บไว้ จึงสั่งการให้ ร.ต.ท.สิทธิศักดิ์ ทอนสวัสดิ์ รอง สวป. นำตัวทั้ง 4 คน พร้อมอาวุธปืน เดินทางไปที่ศูนย์พิสูจน์หลักฐาน 2 จ.ชลบุรี เพื่อพิมพ์ลายนิ้วมือและตรวจเขม่าคราบดินปืนเก็บไว้เป็นหลักฐานก่อนปล่อยตัวไปชั่วคราว หากพบว่ากระสุนปืนมาจากกระบอกไหนและใครเป็นคนยิง ก็จะได้แจ้งข้อกล่าวหาและดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

สาวเมืองชลขายผัดกระเพรายักษ์ถาดนี้แค่ 40 บาท เติมข้าวได้ไม่อั้น-ขายได้วันละ 200 ถาด!

วันที่ 17 ก.พ. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ซอยประปาไร่กล้วยศรีราชา อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี ตรงข้ามกับตลาดบิ๊กฟู๊ด

มีร้านขายอาหารตามสั่ง ร้านหนึ่ง ที่เปิดอยู่ในตึกแถวกำลังเป็นที่ โด่งดัง ในกระแสโลกโซเซียล ถึงความเยอะของปริมาณอาหาร และ ความแปลกภาชนะ ที่นำมาใส่อาหาร แต่ราคา เท่ากับร้านอาหารตามสั่ง ทั่วไป ซึ่งสวนกระแสกับสภาพเศรษฐกิจและราคาวัตถุดิบตามท้องตลาด ที่สูงขึ้น ในปัจจุบัน ผู้สื่อข่าวจึงได้ไปสำรวจความแปลก ถึงร้านดังกล่าว พบกับน.ส.สุพิศ เทาศิริ หรือเจ๊บุ๋ม อายุ 28 ปี สาวสวยเจ้าของร้านได้เปิดเผยว่าตนเองได้เปิดร้านมาได้ 4 เดือนแล้วซึ่งยอดขายไม่ดีจนเกือบจะปิดร้านแล้วไปทำงานโรงงาน แต่ก็ได้ปรึกษาครอบครัวว่าจะทำอย่างไรที่จะเพิ่มยอดขายให้ร้านสามารถขายต่อไปได้จึงเกิดแนวความคิดที่จะเปลี่ยนมาใช้ถาดในการใส่อาหารได้เปลี่ยนมาแล้วได้แล้วกว่า 1 เดือน มียอดขายเพิ่มขึ้นมากกว่า 200 ถาดต่อวัน
โดยการใช้ถาดใส่อาหารตามสั่งของทางร้านเพื่อเป็นจุดขาย รวมทั้งที่ร้านจะให้ปริมาณที่เยอะมาก แต่ก่อนเคยใช้จานในการใส่อาหารเวลาใส่แล้วจะดูพูน ดูเยอะก็จริงแต่ไม่น่ารับประทาน จะมีเศษอาหารตกอยู่บนโต๊ะแทบทุกครั้งที่ลูกค้านั่งกิน แต่พอเปลี่ยนมาใช้ถาดใส่พร้อมใช้ใบตองรองอาหารแล้วดูน่ารับประทานขึ้นเศษอาหารที่เคยตกอยู่บนโต๊ะก็หายไป ลูกค้าให้ความนิยมที่จะเข้ามารับประทานมากขึ้นพร้อมทั้งถ่ายรูปแชร์ขึ้นไปในโซเชียล จนร้านของตนจากร้านอาหารตามสั่งธรรมดา โด่งดังชั่วข้ามคืน มีคนที่ได้เห็นในโลก ซเซียลอยากมาทดลองมาชม มาชิม มาถ่ายภาพ กระเพราถาดยักษ์ จนทำให้ร้านอาหารตามสั่ง ธรรมดา ขายดี จนต้อง ขยายร้านเพิ่มเพื่อรองรับลูกค้าที่มาอุดหนุน โดยเฉพาะช่วงกลางวันจะมี หนุ่ม สาว วัยทำงานตามบริษัทหรือโรงงานในพื้นที่ มาจอดรถต่อคิว รับประทาน อาหารที่ร้านเป็นจำนวนมาก และทุกคนก็ต้องประหาดใจ ถึงความแปลกของ อาหาร ซึ่งเมนู ที่ได้รับ ความนิยมมากที่สุด คือ ข้าวกระเพาถาดยักษ์ นอกจากความแปลก แล้ว เรื่องรสชาติ และปริมาณ ก็เป็นเรื่องสำคัญ ทางร้านจึงมีสูตรเด็ด เคล็ดลับ ในการคัดสรร พริกแห้งจินดา มาใช้เป็นส่วนประกอบกับเมนูอาหารทุกเมนู ในการช่วยเพิ่มความอร่อยและรสชาติ ของอาหาร


สำหรับเมนูที่ทางร้านขายดีจะเป็นจำพวกอาหารจานเดียวทั้งหลายทั้ง กระเพราหมูกรอบ กระเพราหมู กระเพราทะเล ราคาเดียว 40 บาทเท่านั้น ในกรณีที่ลูกค้ารับประทานไม่อิ่มสามารถเดินมาเพิ่มข้าวได้ฟรีไม่อั้นแต่ต้องรับประทานในร้านเท่านั้น นอกจากนี้ยังมีเมนูอาหารที่สั่งเป็นกับข้าวอีกไม่ว่าจะเป็น อาหารประเภทผัด ยำและต้มยำต่าง ๆ ร้านเจ๊บุ๋ม จะเปิดให้บริการตั้งแต่เวลา 10.00 น. จนกว่าของสดที่ทางร้านเตรียมไว้จะหมดซึ่งประมาณไม่เกิน 15.30 น. ของทุกวัน

หนุ่มกลืนไม่ลง ก๋วยเตี๋ยวมีแมลงสาบ แถมเจ้าของร้านตอกกลับ

หนุ่มแชร์ภาพก๋วยเตี๋ยวแถมแมลงสาบ คีบขึ้นมาสดๆ บอกเจ้าของร้านยังตอกกลับนิ่ง “อยากได้สะอาดก็ไปกินในห้างสิ”

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า โลกออนไลน์กำลังวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับคุณภาพของร้านอาหารทั่วไป หลังมีลูกค้าโพสต์ร้องเรียนเพราะเจอแมลงสาบอยู่ในชามก๋วยเตี๋ยวที่กำลังทาน เมื่อถามความรับผิดชอบต่อเจ้าของร้าน กลับถูกปฏิเสธอย่างไร้เยื้อใย

เฟซบุ๊กคุณ Bootsaba ได้โพสต์เรื่องราวร้องเรียนลงเพจเฟซบุ๊ก YouLike (คลิปเด็ด) ภาพชามก๋วยเตี๋ยวที่คีบแมลงสาบขึ้นมาได้ กลายเป็นอาหารที่ทานไม่ลงฉับพลัน เจ้าของโพสต์ระบุว่า

“ช่วยกันแชร์ด้วยนะเพื่อนๆ คือเรามากินก๋วยเตี๋ยวไก่ที่ร้าน แล้วเจอแมลงสาบ ไม่การขอโทษเรา แถมยังมาด่านอีกว่า มากินร้านแบบนี้ก็เป็นแบบนี้แหละ ถ้าอยากได้สะอาดทำไมไม่ไปกินร้านในห้าง คืออุตส่าห์ไม่โวยวาย พูดบอกดีๆ เพราะเห็นว่าลูกค้าเยอะ แต่มาตอบกวนแบบนี้ใส่คืออะไร กำลังอร่อยๆ เลยแล้วเจอแมลงสาบ คืออ้วกกันทั้งโต๊ะ…”

อย่างไรก็ตาม หลังจากโพสต์ดังกล่าวเผยแพร่ออกไป ปรากฏว่ามีการวิพากษ์วิจารณ์ต่างๆ นานาเป็นวงกว้าง หลายคนรับไม่ได้กับคำพูดของเจ้าของร้านที่บอกลูกค้าไปเช่นนั้น ก่อนจะมีการแชร์กระจายไปทั่วโลกโซเชียลในเวลานี้