ลุงวัย 60 โดนรถไฟทับดับ เมียซ้อนท้ายบาดเจ็บ เหตุจยย.เบรกแตกทะลุแผงกั้น

จักรยานยนต์ผ่านทางรถไฟเบรกไม่อยู่ชนรั้วกั้นร่างกระเด็นถูกรถไฟเหยียบเละดับสยอง ลากร่างไปไกลกว่า 200 เมตร โชคยังดีภรรยาที่ซ้อนมาด้วยล้มข้างทางรถไฟก่อน รอดตายไปได้อย่างหวุดหวิด

เมื่อเวลาประมาณ 16.00 น. วันที่ 26 ก.พ. 60 ร.ต.อ.เกียรติภูมิ ภูผาลินิน รอง สว.สอบสวน สภ.หนองบัวโคก รับแจ้งจากนายสถานีรถไฟ บ้านทุ่งเสมียนตา หมู่ที่ 5 ต.บ้านขาม อ.จัตรัส จ.ชัยภูมิ ว่ามีเหตุรถไฟทับร่างคนเสียชีวิต ภายในรางรถไฟสถานีในช่วงหมู่บ้านดังกล่าว จึงรีบรุดไปตรวจที่เกิดเหตุ พร้อมด้วยหน่วยกู้ภัยสว่างคุณธรรมจัตุรัส พร้อมแพทย์เวร รพ.จัตุรัส เข้าร่วมชันสูตรพลิกศพ

ในที่เกิดเหตุ พบรถจักรยานยนต์ยามาฮ่า สีเทา ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน ของผู้ตายล้มอยู่ข้างทางรถไฟและห่างออกจากสถานีจุดทางรถไฟผ่านถนนดังกล่าวไปอีก 200 เมตร มุ่งหน้าเข้าอำเภอจัตุรัส พบร่างผู้เสียชีวิตเป็นชาย 1 ราย สภาพร่างแหลกเละ สวมใส่เสื้อลายสก๊อต สีขาว สวมกางเกงขาสั้นสีแดง ทราบชื่อในเวลาต่อมา นายอดีศักดิ์ เย็นโพธิ์ อายุ 60 ปี

จากการสอบถาม นางอำนวย พงษ์สมบูรณ์ อายุ 45 ปี ซึ่งเป็นภรรยาที่ซ้อนท้ายจักรยานยนต์คันดังกล่าวมาด้วย ให้การว่า ระหว่างเกิดเหตุตนกับผู้ตาย ขี่รถจักรยานยนต์จะไปซื้อของที่อำเภอจัตุรัส หลังจากต้องเดินทางมาตัดอ้อยที่บ้านทุ่งเสมียนตาหลายวัน

พอมาถึงที่เกิดเหตุ สามีบอกว่ารถเกิดเบรกไม่อยู่ พุ่งชนประตูกั้นทางรถไฟที่กำลังปิดลงให้คนที่ขับรถผ่านช่วงสถานีดังกล่าวหยุดรถรอให้รถไฟผ่าน จึงทำให้รถชนประตูกั้นเข้าและล้มลงก่อนที่ร่างของผู้ตายจะกระเด็นไปที่รางรถไฟ ที่กำลังวิ่งผ่านมา จึงถูกเหยียบร่างเข้าพอดี และลากไปไกลอีกกว่า 200 เมตร ส่วนตัวเธอเองโชคยังดีที่รถพาล้มลงก่อนไม่ผ่านประตูกั้นทางรถไฟ

ร.ต.อ.เกียรติภูมิ ภูผาลินิน รอง สว.สอบสวน สภ.หนองบัวโคก หลังได้ทำการตรวจสอบที่เกิดเหตุ ซึ่งเป็นเหตุสุดวิสัยที่ผู้ตายเองขับรถผ่านเข้าไปในช่วงที่ทางการรถไฟก็มีประตูและแจ้งสัญญาให้หยุดรถตามกฏของการรถไฟอยู่แล้ว ซึ่งทางการรถไฟก็ไม่ต้องการเอาผิดกับใครและมีผู้เสียชีวิตไปแล้ว ซึ่งก็ทำให้ทรัพย์สินของทางราชการของการรถไฟเสียหายบางส่วนแต่ก็ไม่มาก ก่อนจะมอบร่างผู้เสียชีวิตให้ญาติรับไปดำเนินการทางศาสนาต่อไป

มือทุบรถยนต์! ออกอาละวาดอีก คาดฝีมือ “ลูกเทพ” เจ้าเก่า

ร.ต.อ.สัญญา จันโท พนักงานสอบสวน สภ.เมืองศรีสะเกษ รับแจ้งเหตุ มีคนร้ายเข้าไปทุบรถยนต์ ภายในบริเวณสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาศรีสะเกษ เขต 1 หลังทราบเรื่องได้รายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ แล้วรุดไปตรวจสอบยังที่เกิดเหตุ

มือทุบรถยนต์! ออกอาละวาดอีก คาดฝีมือ “ลูกเทพ” เจ้าเก่า

เมื่อถึงที่เกิดเหตุ พบเจ้าของรถยนต์ผู้เคราะห์ร้าย ทราบชื่อภายหลังคือ นางสาวจริญา นรสาร อายุ 40 ปี ซึ่งเป็นเจ้าของรถยนต์เก๋งโตโยต้า รุ่นวีออส สีขาว หมายเลขทะเบียน กฉ 1595 ศรีสะเกษ ที่ถูกคนร้ายไม่ทราบจำนวน ใช้ก้อนหินทุบบริเวณกระจกด้านหลังจนแตก ส่วนก้อนหินที่ใช้ทุบทะลุกระจกไปตกอยู่ภายในรถยนต์คันเกิดเหตุ

จากการสอบสวน นางสาวจริญา นรสาร ให้การว่า ตนได้ขับรถยนต์มาติดต่อราชการที่สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถามศึกษาศรีสะเกษ เขต 1 เพื่อสมัครคัดเลือกบุคคลบรรจุและแต่งตั้ง รับราชการเป็นข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ในตำแหน่งครูผู้ช่วย ซึ่งหลังจากทำธุระเสร็จสิ้น ก็ได้นั่งพูดคุยกับกับเพื่อนที่มาสมัครสอบด้วยกัน ขณะเดียวกันนั้น ได้มีคนเดินเข้ามาแจ้งว่า รถยนต์ตนซึ่งจอดอยู่บริเวณที่จอดรถด้านหน้า อาคารถูกทุบกระจก หลังจากนั้น ตนจึงรีบวิ่งมาดูสภาพรถยนต์ของตน พร้อมแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อมาตรวจสอบ

จากการสันนิษฐานเบื้องต้น เจ้าหน้าที่คาดว่า ลักษณะ และพฤติกรรมการลงมือก่อเหตุ คล้ายคลึงกับ คดีของลูกเทพ ที่เคยเป็นข่าวไปทุบรถยนต์คนที่มาจอดไว้บริเวณสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาศรีสะเกษเขต 1 เนื่องจากทะเลาะกับมารดา แต่อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่จะได้ทำการตรวจสอบที่เกิดเหตุเพิ่มเติม พร้อมประสานขอดูภาพจากกล้องวงจรปิด เพื่อหาตัวคนร้ายที่ก่อเหตุในครั้งนี้ เพื่อนำมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ทั้งนี้ จากการสอบถามเจ้าหน้าที่ภายในสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาศรีสะเกษ เขต 1 ได้ให้ข้อมูลว่า ที่ผ่านมา ได้มีคนร้ายเข้ามาก่อเหตุลักษณะนี้ ภายในสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาศรีสะเกษเขต1 อยู่ประมาณ 3-4 ครั้ง โดยครั้งล่าสุดเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 23 ก.พ. 60 ซึ่งเป็นรถยนต์ของเจ้าหน้าที่ซึ่งปฏิบัติงานอยู่ที่แห่งนี้ จนทำให้ระยะหลัง ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่ ตลอดจนประชาชน ผู้ที่จะมาติดต่อราชการ ภายในสถานที่แห่งนี้ ต่างหวาดระแวง และต้องคอยระมัดระวังรถยนต์ของตนเอง เพราะไม่รู้ว่าเมื่อไหร่จะรถยนต์ของพวกเขา จะตกเป็นเหยื่อของคนร้ายเป็นคันต่อไป

พนง.หนุ่มซิ่งรถแข่ง คันละหลายล้าน พุ่งชนท้ายสิบล้อยับเยิน

พนักงานหนุ่มแอบเอารถแข่งสปอร์ตคาร์ในสนาม มาเทสขับกลางเมืองฉงชิ่ง ปรากฏว่าเครื่องแรงไปหน่อย พุ่งชนท้ายสิบล้อพังเละ-เจ็บสาหัส

พนง.หนุ่มซิ่งรถแข่ง คันละหลายล้าน พุ่งชนท้ายสิบล้อยับเยิน

สำนักข่าวประเทศจีนรายงานว่า เกิดเหตุอุบัติเหตุสยองขวัญใจกลางเมือง เมื่อรถสปอร์ตคาร์ที่ใช้แข่งขันในสนาม ราคานับล้านหยวน เกิดเสียหลักเฉี่ยวชนท้ายรถบรรทุกที่จอดอยู่ริมทาง เป็นเหตุทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัส ส่วนสภาพรถแข่งก็พังยับเยิน

เหตุดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวานนี้ (25 ก.พ.) ในพื้นที่เทศบาลนครฉงชิ่ง ประเทศจีน เจ้าหน้าที่กู้ภัยและเจ้าหน้าที่ตำรวจท้องถิ่นได้เข้าตรวจสอบจุดเกิดเหตุ พบเห็นรถสปอร์ตคาร์ที่ใช้สำหรับแข่งขันในสนาม อยู่ในสภาพพังเสียหาย ส่วนด้านหน้ารถยุบ กระจกหน้าแตก โดยรถคันดังกล่าวเป็นรถแข่งที่ไม่มีหลังคา

เบื้องต้นมีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บ 2 คน ชายที่นั่งข้างคนขับได้รับบาดเจ็บ แต่ยังมีสติลงมาจากรถได้ ขณะที่ชายที่ขับขี่รถคันดังกล่าว นอนหมดสติคาพวงมาลัย หลังจากเกิดเหตุดังกล่าว อาการบาดเจ็บค่อนข้างสาหัส เจ้าหน้าที่ต้องเร่งให้การช่วยเหลือ

ทั้งนี้ จากการตรวจสอบพบว่ารถแข่งคันดังกล่าวไม่ได้เป็นของชายทั้ง 2 คนที่ร่วมกันขับขี่มาและเกิดอุบัติเหตุ ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องเร่งตรวจสอบที่มาที่ไปของรถคันดังกล่าว และสืบหาว่าเหตุใดถึงขับออกมาบนท้องถนนเช่นนี้

ขณะที่พยานผู้พบเห็นเหตุการณ์เล่าว่า รถแข่งคันดังกล่าวขับมาด้วยความเร็ว เสียงเครื่องดังกว่ารถปกติทั่วไป กระทั่งมาถึงจุดดังกล่าวที่เป็นทางลาดลงเขา อยู่ๆ รถแข่งก็เกิดเสียหลักก็จะพุ่งชนท้ายรถบรรทุกที่จอดอยู่ข้างทาง ทำให้ตัวรถกระแทกอัดก็อปปี้พังเสียหายดังกล่าว

อย่างไรก็ตาม ล่าสุดเจ้าหน้าที่ได้เบาะแสบางอย่างที่เชื่อว่า รถแข่งคันดังกล่าวน่าจะขับมาจากสนามแข่ง เพื่อนำรถมาขับทดสอบบนท้องถนน โดยชายทั้ง 2 คนน่าจะเป็นพนักงานที่ดูแลรถแข่งคันดังกล่าว โดยที่เจ้าของรถแข่งคันนี้ได้ออกมาแสดงตัวแล้ว ยืนยันว่าไม่เคยอนุญาตให้พนักงาน ที่ไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญเรื่องเครื่องยนต์ นำรถแข่งมาขับเช่นนี้

เพื่อนเจ้าบ่าว 4 คนหอบปืนขึ้นโรงพัก ไม่รู้กระบอกไหนยิงคนตาย

กรณีเมื่อช่วงเช้าวันที่ 26 ก.พ. มีกลุ่มวัยรุ่นคึกคะนองใช้อาวุธปืนระดมยิงฉลองระหว่างแห่ขบวน

เพื่อนเจ้าบ่าว 4 คนหอบปืนขึ้นโรงพัก ไม่รู้กระบอกไหนยิงคนตายขันหมากเจ้าบ่าวไปแต่งงานกับเจ้าสาว บริเวณริมถนน บ้านห้วยไข่เน่า หมู่ 4 ต.เขาไม้แก้ว อ.บางละมุง จ.ชลบุรี ทำให้กระสุนที่ปลิวว่อนหลายสิบนัดพุ่งเข้าไปเจาะร่างนายธเนศ อายุ 36 ปี ที่หน้าอกซ้าย 1 นัดทะลุออกด้านหลัง ขณะกำลังนั่งคุยกับเพื่อนที่โรงเพาะเห็ด ห่างจากขบวนขันหมากประมาณ 100 เมตร จนเสียชีวิตคาที่แบบไม่รู้อิโหน่อิเหน่ ตามที่รายงานไปแล้วนั้น

ล่าสุดเมื่อเวลา 20.00 น. วันเดียวกัน ได้มีกลุ่มเพื่อนเจ้าบ่าวอายุระหว่าง 20-30 ปี รวม 4 คน นำอาวุธปืนขนาด 9 มม. 3 กระบอก และขนาด .45 มม. 1 กระบอก เข้าพบ พ.ต.อ.อนันต์ ภู่ระหงษ์ ผกก.สภ.ห้วยใหญ่ เพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจ ซึ่งจากการสอบปากคำทั้งหมดให้การยอมรับว่าใช้อาวุธปืนยิงขึ้นฟ้าในขบวนแห่ขันหมากจริง แต่ไม่รู้ว่ากระสุนปริศนาที่ไปโดน นายธเนศ จนเสียชีวิตมาจากกระบอกไหน

พ.ต.อ.อนันต์ ภู่ระหงษ์ ผกก.สภ.ห้วยใหญ่ เผยว่า หลังสอบสวนเบื้องต้นและถ่ายภาพทำประวัติ เก็บไว้ จึงสั่งการให้ ร.ต.ท.สิทธิศักดิ์ ทอนสวัสดิ์ รอง สวป. นำตัวทั้ง 4 คน พร้อมอาวุธปืน เดินทางไปที่ศูนย์พิสูจน์หลักฐาน 2 จ.ชลบุรี เพื่อพิมพ์ลายนิ้วมือและตรวจเขม่าคราบดินปืนเก็บไว้เป็นหลักฐานก่อนปล่อยตัวไปชั่วคราว หากพบว่ากระสุนปืนมาจากกระบอกไหนและใครเป็นคนยิง ก็จะได้แจ้งข้อกล่าวหาและดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

สาวเมืองชลขายผัดกระเพรายักษ์ถาดนี้แค่ 40 บาท เติมข้าวได้ไม่อั้น-ขายได้วันละ 200 ถาด!

วันที่ 17 ก.พ. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ซอยประปาไร่กล้วยศรีราชา อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี ตรงข้ามกับตลาดบิ๊กฟู๊ด

มีร้านขายอาหารตามสั่ง ร้านหนึ่ง ที่เปิดอยู่ในตึกแถวกำลังเป็นที่ โด่งดัง ในกระแสโลกโซเซียล ถึงความเยอะของปริมาณอาหาร และ ความแปลกภาชนะ ที่นำมาใส่อาหาร แต่ราคา เท่ากับร้านอาหารตามสั่ง ทั่วไป ซึ่งสวนกระแสกับสภาพเศรษฐกิจและราคาวัตถุดิบตามท้องตลาด ที่สูงขึ้น ในปัจจุบัน ผู้สื่อข่าวจึงได้ไปสำรวจความแปลก ถึงร้านดังกล่าว พบกับน.ส.สุพิศ เทาศิริ หรือเจ๊บุ๋ม อายุ 28 ปี สาวสวยเจ้าของร้านได้เปิดเผยว่าตนเองได้เปิดร้านมาได้ 4 เดือนแล้วซึ่งยอดขายไม่ดีจนเกือบจะปิดร้านแล้วไปทำงานโรงงาน แต่ก็ได้ปรึกษาครอบครัวว่าจะทำอย่างไรที่จะเพิ่มยอดขายให้ร้านสามารถขายต่อไปได้จึงเกิดแนวความคิดที่จะเปลี่ยนมาใช้ถาดในการใส่อาหารได้เปลี่ยนมาแล้วได้แล้วกว่า 1 เดือน มียอดขายเพิ่มขึ้นมากกว่า 200 ถาดต่อวัน
โดยการใช้ถาดใส่อาหารตามสั่งของทางร้านเพื่อเป็นจุดขาย รวมทั้งที่ร้านจะให้ปริมาณที่เยอะมาก แต่ก่อนเคยใช้จานในการใส่อาหารเวลาใส่แล้วจะดูพูน ดูเยอะก็จริงแต่ไม่น่ารับประทาน จะมีเศษอาหารตกอยู่บนโต๊ะแทบทุกครั้งที่ลูกค้านั่งกิน แต่พอเปลี่ยนมาใช้ถาดใส่พร้อมใช้ใบตองรองอาหารแล้วดูน่ารับประทานขึ้นเศษอาหารที่เคยตกอยู่บนโต๊ะก็หายไป ลูกค้าให้ความนิยมที่จะเข้ามารับประทานมากขึ้นพร้อมทั้งถ่ายรูปแชร์ขึ้นไปในโซเชียล จนร้านของตนจากร้านอาหารตามสั่งธรรมดา โด่งดังชั่วข้ามคืน มีคนที่ได้เห็นในโลก ซเซียลอยากมาทดลองมาชม มาชิม มาถ่ายภาพ กระเพราถาดยักษ์ จนทำให้ร้านอาหารตามสั่ง ธรรมดา ขายดี จนต้อง ขยายร้านเพิ่มเพื่อรองรับลูกค้าที่มาอุดหนุน โดยเฉพาะช่วงกลางวันจะมี หนุ่ม สาว วัยทำงานตามบริษัทหรือโรงงานในพื้นที่ มาจอดรถต่อคิว รับประทาน อาหารที่ร้านเป็นจำนวนมาก และทุกคนก็ต้องประหาดใจ ถึงความแปลกของ อาหาร ซึ่งเมนู ที่ได้รับ ความนิยมมากที่สุด คือ ข้าวกระเพาถาดยักษ์ นอกจากความแปลก แล้ว เรื่องรสชาติ และปริมาณ ก็เป็นเรื่องสำคัญ ทางร้านจึงมีสูตรเด็ด เคล็ดลับ ในการคัดสรร พริกแห้งจินดา มาใช้เป็นส่วนประกอบกับเมนูอาหารทุกเมนู ในการช่วยเพิ่มความอร่อยและรสชาติ ของอาหาร


สำหรับเมนูที่ทางร้านขายดีจะเป็นจำพวกอาหารจานเดียวทั้งหลายทั้ง กระเพราหมูกรอบ กระเพราหมู กระเพราทะเล ราคาเดียว 40 บาทเท่านั้น ในกรณีที่ลูกค้ารับประทานไม่อิ่มสามารถเดินมาเพิ่มข้าวได้ฟรีไม่อั้นแต่ต้องรับประทานในร้านเท่านั้น นอกจากนี้ยังมีเมนูอาหารที่สั่งเป็นกับข้าวอีกไม่ว่าจะเป็น อาหารประเภทผัด ยำและต้มยำต่าง ๆ ร้านเจ๊บุ๋ม จะเปิดให้บริการตั้งแต่เวลา 10.00 น. จนกว่าของสดที่ทางร้านเตรียมไว้จะหมดซึ่งประมาณไม่เกิน 15.30 น. ของทุกวัน

หนุ่มกลืนไม่ลง ก๋วยเตี๋ยวมีแมลงสาบ แถมเจ้าของร้านตอกกลับ

หนุ่มแชร์ภาพก๋วยเตี๋ยวแถมแมลงสาบ คีบขึ้นมาสดๆ บอกเจ้าของร้านยังตอกกลับนิ่ง “อยากได้สะอาดก็ไปกินในห้างสิ”

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า โลกออนไลน์กำลังวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับคุณภาพของร้านอาหารทั่วไป หลังมีลูกค้าโพสต์ร้องเรียนเพราะเจอแมลงสาบอยู่ในชามก๋วยเตี๋ยวที่กำลังทาน เมื่อถามความรับผิดชอบต่อเจ้าของร้าน กลับถูกปฏิเสธอย่างไร้เยื้อใย

เฟซบุ๊กคุณ Bootsaba ได้โพสต์เรื่องราวร้องเรียนลงเพจเฟซบุ๊ก YouLike (คลิปเด็ด) ภาพชามก๋วยเตี๋ยวที่คีบแมลงสาบขึ้นมาได้ กลายเป็นอาหารที่ทานไม่ลงฉับพลัน เจ้าของโพสต์ระบุว่า

“ช่วยกันแชร์ด้วยนะเพื่อนๆ คือเรามากินก๋วยเตี๋ยวไก่ที่ร้าน แล้วเจอแมลงสาบ ไม่การขอโทษเรา แถมยังมาด่านอีกว่า มากินร้านแบบนี้ก็เป็นแบบนี้แหละ ถ้าอยากได้สะอาดทำไมไม่ไปกินร้านในห้าง คืออุตส่าห์ไม่โวยวาย พูดบอกดีๆ เพราะเห็นว่าลูกค้าเยอะ แต่มาตอบกวนแบบนี้ใส่คืออะไร กำลังอร่อยๆ เลยแล้วเจอแมลงสาบ คืออ้วกกันทั้งโต๊ะ…”

อย่างไรก็ตาม หลังจากโพสต์ดังกล่าวเผยแพร่ออกไป ปรากฏว่ามีการวิพากษ์วิจารณ์ต่างๆ นานาเป็นวงกว้าง หลายคนรับไม่ได้กับคำพูดของเจ้าของร้านที่บอกลูกค้าไปเช่นนั้น ก่อนจะมีการแชร์กระจายไปทั่วโลกโซเชียลในเวลานี้

จ่อเรียก ‘เบนซ์ เรซซิ่ง’ สอบอีกครั้ง ยังคงฐานะผู้ต้องสงสัย

จ่อเรียก 'เบนซ์ เรซซิ่ง'จากกรณีตำรวจปราบปรามยาเสพติดเรียก นายอัครกิตติ์ วรโรจน์เจริญเดช หรือ เบนซ์ เรซซิ่ง สามีของดาราสาว แพท ณปภา เข้าให้ปากคำถึงเรื่องรถลัมโบร์กินี ทะเบียน กจ. 51 กรุงเทพมหานคร โดยเจ้าตัวอ้างว่าได้ยืมเงิน 6 ล้านบาท จาก นายณัฐพล นาคคำ หรือ บอย ลูกน้องนายไซซะนะ แก้วพิมพา นักค้ายาเสพติด ชาวลาว ไปดาวน์รถลัมโบร์กินี

ล่าสุด (8 ก.พ.) พลตำรวจตรี พรชัย เจริญวงศ์ รองผู้บัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด กล่าวถึงความคืบหน้าการตรวจยึดทรัพย์สินเครือข่ายนายไซซะนะ แก้วพิมพา นักค้ายาเสพติด ชาวลาว ที่ถูกตำรวจจับกุมตัวใครก่อนหน้านี้ ว่าเบื้องต้นทาง ป.ป.ส. จะสามารถสรุปรายการอายัดทรัพย์สินได้ทันภายในวันศุกร์นี้

ส่วนเรื่องการตรวจสอบบัญชีและเส้นทางการเงินของขบวนการค้ายาเสพติดดังกล่าว อาจทราบความชัดเจนในสัปดาห์หน้า เนื่องจากมีบัญชีรายการทรัพย์สินเป็นจำนวนมากจึงต้องใช้เวลาในการตรวจสอบเพิ่มเติมอีกระยะหนึ่ง

ส่วนกรณีการเรียกสอบปากคำพยานหรือผู้ต้องสงสัย ที่อาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับการถือครองทรัพย์สินของเครือข่าย นายไซซะนะ เช่น กรณีรถลัมบอร์กีนี วานนี้ (7 ก.พ.) ทราบว่า คณะพนักงานสอบสวนได้เรียกสอบปากคำพยานไป 3 ปาก คือ ไผ่ วันพ้อยท์ , เจ๋ง วันพ้อยท์ และหญิงสาวอีกหนึ่งราย

ส่วนจะต้องเรียกสอบพยาน หรือผู้ต้องสงสัยรายใดเพิ่ม คณะพนักงานสอบสวนจะพิจารณาจากพยานหลักฐานทางการสืบสวน และผลคำให้การพยานปากต่างๆ ที่ผ่านมา และยังระบุไม่ได้ว่าจำเป็นต้องเรียกสอบปากคำ แพท ณปภา หรือไม่

ส่วนกรณีของนายอัครกิตติ์ วรโรจน์เจริญเดช หรือ เบนซ์ เรซซิ่ง คาดว่าในสัปดาห์หน้าจะเชิญเข้าให้ปากคำอีกครั้ง ในฐานะผู้ต้องสงสัยเช่นเดิม

รวบตัวพ่อค้ายาบ้าจัดปาร์ตี้เสพ เอาใจเมียสาววัย 19 ปี

(7 ก.พ.) เมื่อเวลา 11.30 น. ที่กองกำกับการสืบสวนภูธรจังหวัดอุดรธานี มีการแถลงข่าวจับกุมตัว นายศิริวัฒน์ หรือ ป๊อกเด้ง อายุ 38 ปี พร้อมของกลางยาบ้าจำนวน 2,820 เม็ด พ.ต.ท.สุรชิต ฤทธิ์ลี รองผกก.สส.ภ.จว.อุดรธานี เปิดเผยว่า ได้สืบทราบว่าที่บ้านเช่าไม่มีเลขที่ ซอยสุวรรณ ในเขตเทศบาลนครอุดรธานี มีการมั่วสุมเสพยาบ้ากัน

ตำรวจได้นำกำลังไปทำการตรวจสอบพบชายหญิง ทั้งหมด 6 คน รวมถึงนายศิริวัฒน์  หรือ ป๊อกเด้ง  และแฟนสาว คือ น.ส.มิ้ว อายุ 19 ปี กำลังเสพยาบ้ากันอยู่ด้วย จึงได้ทำการจับกุม ซึ่งพบยาบ้าจำนวน 20 เม็ด อยู่ในถุงพลาสติกใต้ที่นอน โดย นายศิริวัฒน์ หรือ ป๊อกเด้ง ยอมรับว่าเป็นของตนเอง

จากนั้นตำรวจได้นำตัว นายศิริวัฒน์ หรือ ป๊อกเด้ง ไปทำการขยายผลตรวจยึดยาบ้า ที่ซุกซ่อนไว้ใต้โต๊ะม้าหินอ่อน หน้าบ้านพัก ใน ต.คำเลาะ อ.ไชยวาน จำนวน 1,000 เม็ด และในห้องนอนอีก 1,800 เม็ด รวมยาบ้าทั้งหมด 2,820 เม็ด ก่อนนำตัวทั้งหมดพร้อมของกลางมาโรงพัก

จากการสอบสวน นายศิริวัฒน์  หรือ ป๊อกเด้ง ให้การว่า ตนพึ่งโทษออกมาในคดียาบ้า เมื่อ 4 เดือนที่ผ่านมา โดยติดคุกอยู่ในเรือนจำกลางอุดรธานี  2 ปี 6 เดือน พอออกจากคุกก็ได้กลับมาค้ายาบ้าอีก โดยไปรับยาบ้าจากผู้หญิงชื่อว่านาง ครั้งละ 1-2 มัด หรือ ยาบ้า 2,000-4,000 เม็ด ในราคามัดละ 190,000 บาท โดยไปเอายาบ้ามาขายก่อนจ่ายเงินที่หลัง

ซึ่งตนจะไปรับยาบ้าตามหลักกิโลเมตร ที่เขาบอก ใน อ.สามชัย จ.กาฬสินธุ์ แล้วตนนำไปในเครือข่ายไปจำหน่าย ในพื้นที่ จ.สกลนคร และ จ.อุดรธานี  ในราคาเม็ดละ150 บาท ให้กับกลุ่มวัยรุ่นและผู้ใช้แรงงาน ทำมาแล้ว 3 ครั้ง

ต่อมาแม่ของ น.ส.มิ้ว ที่อยู่ จ.สกลนคร ได้มาเอายาบ้ากับตนไป แต่ไม่เงินจ่ายค่ายาบ้าให้เป็นเงิน 40,000 บาท จึงได้ยกลูกสาวให้ คือ น.ส.มิ้ว เป็นเมีย โดยได้อยู่กินด้วยกันประมาณเกือบ 1 เดือน แต่ น.ส.มิ้ว ได้หนีจากตนมาบ่นว่าตนแก่

ตนมารู้ว่าเช่าบ้านพักอยู่กับเพื่อน จึงได้มาหาเพื่อพากลับบ้านจะได้อยู่กินด้วยกัน ซึ่งตนนำยาบ้ามาให้ด้วย ต้องการเอาใจเมียรัก จึงได้จัดปาร์ตี้เสพยาบ้า ให้เมียเสพพร้อมกับเพื่อน แต่ก็มาถูกตำรวจสืบรู้จับกุมเอาไว้ได้ในที่สุด

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้แจ้งข้อหา นายศิริวัฒน์ หรือ ป๊อกเด้ง มียาเสพติดประเภท 1 หรือ ยาบ้า มีไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย โดยผิดกฎหมายนำตัวดำเนินคดีตามกฎหมาย

ส่วนวัยรุ่นชายหญิง ทั้ง 5 คน ได้ทำการตรวจปัสสาวะปรากฏว่า เป็นสีม่วง โดยได้สมัครใจไปให้การบำบัดฟื้นฟู เพื่อให้เลิกยาเสพติดตามนโยบายของคสช. ดังกล่าว

 

แม่ตามหาลูกชาย พรากกัน 29 ปี หลังทราบว่าลูกยังมีชีวิตอยู่ กำลังตามหาแม่เช่นกัน

แม่ตามหาลูกชาย หลังพลัดพรากกัน 29 ปี พบว่าอยู่กับอดีตนักการบัญชีข้าราชการเกษียณ ชาวเนเธอร์แลนด์ พร้อมรอคอยลูกด้วยความหวัง

ที่บ้านเลขที่ 3/1 ม.6 บ้านเกาะสวรรค์ ต.เกาะเทโพ จ.อุทัยธานี ซึ่งเป็นบ้านของนางธนพร ปานพรหม อายุ 48 ปี ที่ตามหาลูกชายมา 29 ปี หลังจากพลัดพรากกันเพราะว่า เมื่อ 30 กว่าปีก่อน ตนและอดีตสามี ชื่อนายบุญรอด ชูราศี ประกอบอาชีพรับจ้างที่ อ.สามร้อยยอด จ.ประจวบคีรีขันธ์

เมื่อวันที่ 22 มิถุนายน 2531 ได้ตั้งท้องและคลอดลูกที่โรงพยาบาลค่ายธนรัตน์ และได้รับการแจ้งจากทีมแพทย์ว่า ทารกไม่มีรูทวาร ต้องส่งเด็กไปยังโรงพยาบาลราชบุรี และมีค่าใช้จ่ายจำนวนมาก ตลอดระยะเวลา 6 เดือน ตนได้เทียวมาเทียวไปตลอด เนื่องจากต้องนำน้ำนมมาให้ลูกดื่มกิน แต่ก็แทบใจสลาย เมื่อทีมแพทย์ได้แจ้งว่า ลูกขายของตนเสียชีวิตแล้ว ตนเสียใจมากและได้ยื่นจำนงขอรับศพลูก แต่ทีมแพทย์ไม่สามารถให้ลูกคืนได้ เนื่องจากตนยังติดค่ารักษากว่าหมื่นบาท

หลังจากนั้นมานางนางธนพร ก็เชื่อสนิทใจว่าลูกชายนั้นเสียชีวิตจริงๆ แต่ตอนนี้ไม่ได้ติดใจเอาความกับทางโรงพยาบาลราชบุรีแต่อย่างไร เพราะดีใจที่ลูกชายนั้นยังมีชีวิต

ต่อมาเมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2560 ตนได้รับโทรศัพท์จากเพื่อนที่อยู่ที่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ว่าได้มีชายอายุประมาณ 29 ปี ได้เดินทางมาจากประเทศเนเธอร์แลนด์พร้อมครอบครัว ได้ยื่นความจำนงกับเจ้าหน้าที่เพื่อติดต่อหาแม่ที่พลัดพราก ตนดีใจเป็นอย่างมาก และเชื่อมั่นว่า นายศิวะ โกเบิร์ส (Siwa Geboers) หนุ่มไทย วัย 29 ปี คนนี้เป็นลูกชายของตนจริงๆ เพราะรูปร่างหน้าตาเหมือนอดีตสามีที่เลิกกันไป

ขณะนี้นายศิวะ หนุ่มไทย วัย 29 ปี ได้อาศัยอยู่กับ นายวิล โกเบิร์ส อายุ 64 ปี อดีตนักการบัญชีข้าราชการเกษียณ และนางมาร์โก้ โกเบิร์ส อายุ 60 ปี ชาวเนเธอร์แลนด์ ซึ่งทั้งสองสามีภรรยาคู่นี้เป็นคนรับเลี้ยงและดูแลนายศิวะมาตั้งแต่เด็กจนเติบโต

นางธนพรและทางนายวิล โกเบิร์ส ต่างคนก็ต่างตามหากัน จึงวอนให้สื่อช่วยเป็นสื่อกลางช่วยตามหาลูกชายที่ไม่ได้เจอหน้ากันนานถึง 29 ปี ส่วนทางนายวิล โกเบิร์ส ซึ่งเป็นพ่อบุญธรรมตอนนี้ก็ช่วย ลูกบุญธรรมของตนตามหาแม่เช่นกัน

สองแถวนักท่องเที่ยวภูทับเบิก หลุดโค้งตกเขาเจ็บ 8

สองแถวนักท่องเที่ยวภูทับเบิก หลุดโค้งตกเขาเจ็บ 8

รถสองแถวนักท่องเที่ยวหลุดโค้งตกเขา ระหว่างไปดูพระอาทิตย์ขึ้นภูทับเบิก เบื้องต้นบาดเจ็บ 8 ราย เร่งนำส่งโรงพยาบาล

เมื่อช่วงเช้าตรู่ของวันนี้ ได้เกิดอุบัติเหตุรถยนต์สองแถว บริการนักท่องเที่ยว ซึ่งบรรทุกนักท่องเที่ยวมาเต็มคัน และกำลังจะจะเดินทางมุ่งหน้าขึ้นภูทับเบิก ต.วังบาล อ.หล่มเก่า จ.เพชรบูรณ์ เพื่อพานักท่องเที่ยวจากเขาค้อ ไปชมพระอาทิตย์ขึ้นที่บริเวณยอดภูทับเบิก แต่เมื่อมาถึงบริเวณถนนโค้ง ก่อนถึงรีสอร์ททับเบิกซินดี้ ซึ่งเป็นเส้นทางก่อนเข้าหมู่บ้านภูทับเบิก ปรากฎว่า รถเบรคไม่ทำงาน จนกระทั่งทำให้เสียหลักพุ่งตกลงเขาความลึกราว 50 เมตร

โดยเบื้องต้นรับแจ้งว่ามีผู้ได้รับบาดเจ็บราว 8 คน โดยจำนวนนี้มีเด็กผู้หญิง จำนวน 2 คน ซึ่งล่าสุดทางอาสาสมัครกู้ภัย และตำรวจ สภอ.หล่มเก่า ได้ช่วยเหลือนำนักท่องเที่ยวส่งโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชหล่มเก่าแล้ว