โรคไข้กาฬหลังแอ่น

โรคไข้กาฬหลังแอ่น (Meningococcal Meningitis) เป็นโรคติดต่ออันตรายที่เกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรีย Neisseria Meningitidis ที่อาศัยอยู่ในลำคอและจมูกของผู้ป่วยและผู้ที่เป็นพาหะของโรค โรคนี้เป็นทั้งโรคประจำถิ่นและอาจมีการระบาดเป็นช่วงๆ ซึ่งการระบาดจะไม่จำกัดตามลักษณะภูมิประเทศ ไม่มีรูปแบบของการเกิดโรคตามฤดูกาล จะระบาดได้ตลอดทั้งปีและพบได้ทุกกลุ่มอายุ แต่มักพบในเด็กมากกว่าผู้ใหญ่ โดยจะพบมากขึ้นในกลุ่มคนที่อาศัยอยู่ร่วมกันอย่างหนาแน่นและแออัด สำหรับในประเทศไทยจะพบผู้ป่วยประปรายตลอดทั้งปี และจะพบมากขึ้นในฤดูฝน
การติดต่อ โรคนี้สามารถติดต่อได้โดยตรงจากการไอ จาม หายใจรดกันในระยะใกล้ชิด และจากการสัมผัสน้ำมูก น้ำลาย เสมหะ หรือใช้ของใช้ร่วมกับผู้ป่วยหรือผู้ที่เป็นพาหะ ในผู้ที่เป็นพาหะเป็นกลุ่มที่มีความสำคัญมากเพราะเป็นกลุ่มที่มีการติดเชื้อแบบไม่แสดงอาการ แต่โรคสามารถติดต่อได้ตลอดเวลาที่มีเชื้อในจมูกหรือคอ สำหรับผู้ที่ป่วยระยะแพร่เชื้อ คือ ระยะ 7 วันก่อนผู้ป่วยมีอาการ และระหว่างที่มีอาการก่อนได้ยาปฏิชีวนะครบ 24 ชั่วโมง

ระยะฟักตัว ประมาณ 2 – 10 วัน เฉลี่ย 3 – 4 วัน
อาการและอาการแสดง มีไข้สูงทันที หนาวสั่น ปวดศีรษะ อ่อนเพลีย คลื่นไส้อาเจียน เจ็บคอ คอแห้ง-แดง คอแข็ง ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ ปวดข้อ และมักมีผื่น เลือดออกใต้ผิวหนัง (Petechial rash) ร่วมกับมีแต้มสีชมพูหรือมีจ้ำเลือดขึ้นตามตัว แขน ขา ในรายที่เป็นรุนแรงผู้ป่วยจะซึม ชัก และช็อก เสียชีวิตได้ภายใน 24 ชั่วโมง หลังเริ่มมีอาการ แต่ถ้าได้รับการรักษาที่ทันท่วงทีจะทำให้ลดอัตราการเสียชีวิตลงได้
การป้องกันและควบคุมโรคควรปฏิบัติดังนี้
1. การป้องกัน
1.1 จัดสภาพที่อยู่อาศัยให้สะอาด ไม่แออัด
1.2 ไม่สัมผัสโดยตรงกับผู้ป่วยหรือไม่สัมผัสกับเสมหะหรือน้ำลายของผู้ป่วย
2. การควบคุม
2.1 รายงานต่อเจ้าหน้าที่สาธารณสุขในท้องถิ่นให้ทราบกรณีพบผู้ติดเชื้อ
2.2 เผากระดาษเช็ดน้ำมูก น้ำลาย และเสมหะของผู้ป่วย
2.3 ใช้น้ำยาฆ่าเชื้อแช่เสื้อผ้า เครื่องใช้ ก่อนทำความสะอาด

สำหรับวัคซีนป้องกันโรคไข้กาฬหลังแอ่นยังไม่มีความจำเป็นสำหรับคนทั่วไป เนื่องจากประเทศไทยไม่ใช่แหล่งระบาดของโรคนี้ และวัคซีนที่สามารถป้องกันได้มี 4 กลุ่ม คือ A ,C ,Y และ W 135 ซึ่งเชื้อที่พบบ่อยในประเทศไทยไม่ตรงกับเชื้อทั้ง 4 กลุ่มที่มีอยู่ในวัคซีนนี้ วัคซีนจำเป็นใช้สำหรับบุคคลที่จะเดินทางไปยังท้องถิ่นที่มีการระบาด เช่น ประเทศซาอุดิอาระเบีย แอฟริกา พม่า กัมพูชา เวียดนาม เป็นต้น โดยสามารถรับบริการฉีดวัคซีนป้องกันโรคได้ในสถานที่ต่อไปนี้

ลดหน้าท้อง เพียงแค่หายใจ

ส่วนเกินที่ยื่นออกมาทักทายโดยเฉพาะพุง คงจะไม่มีสาวคนไหนชอบเป็นแน่ Health News ฉบับนี้มีวิธีออกกำลังกายแบบง่ายๆ ที่สามารถช่วยลดส่วนเกินจากหน้าท้องได้ เพียงแค่หายใจ ซึ่งสามารถฝึกได้ทุกที่ทุกเวลา เรียกว่า ท่า Stomach Vacuum คือการสูดลมหายใจเข้ามาในช่องท้อง เป็นการเกร็งกล้ามเนื้อ ซึ่งเป็นวิธีการออกกำลังกายที่ดีที่สุดในการช่วยลดพุงยื่น วิธีการปฏิบัติมีดังนี้

1.นั่งหรือยืนก็ได้ มือวางที่หน้าขา ยืดตัวตรงหายใจออกปกติ
2.หายใจเข้าลึกๆ ทางจมูก แล้วหายใจ ออกทางปาก เกร็งให้หน้าท้องหด เข้ามา
3.หายใจเข้าอีกครั้ง เกร็งหน้าท้องอยู่ที่เดิม แล้วหายใจออกทางปาก เกร็งให้หน้าท้องหดลงเข้าไปอีก ทำซ้ำๆ ไปเรื่อยๆ โดยแต่ละครั้งพยายามให้ท้องหดเกร็งเข้ามา และยืดอกขึ้นตลอดเกร็งหน้าท้อง เสมือนการทำให้สะดือ ดันเข้ามาติดกับกระดูกสันหลังของคุณ แล้วหดเกร็งหน้าท้องให้สุดๆ
4.พอสุดแล้วให้ค้างไว้ประมาณ 30 วินาที หรือ 1 นาที เวลาที่หน้าท้องหดเกร็งสุดๆ ช่วงที่ ค้างไว้ห้ามกลั้นหายใจ พยายามหายใจเข้าและออกด้วย จากนั้นเริ่มทำตามลำดับ อีกครั้ง โดยสามารถทำได้ตลอดทั้งวัน

หากฝึกแบบนี้เป็นประจำจะทำให้กล้ามเนื้อรัดหน้าท้องของเราเข้าไป และควร ออกกำลังกายแบบเหนื่อยจัดๆ ครึ่งชั่วโมงขึ้นไปควบคู่ไปด้วย วิธีง่ายๆ เพียงแค่นี้ ก็ช่วยคุณขจัดส่วนเกินที่ไม่ต้องการออกได้แล้วค่ะ

สมุนไพร: ว่านหอมแดง

สมุนไพร: ว่านหอมแดง

ว่านหอมแดง  Eleutherinr bulbosa  (Mill.) Urb.IRIDACEAE

ไม้ล้มลุก มีหัวใต้ดินรูปไข่เบี้ยว สีแดงเข้มใบ เดี่ยว เรียงสลับ แทงออกจากหัวใต้ดิน แผ่นใบรูปรีแกมรูปใบหอก ผิวใบบนเป็นจีบคล้ายพัด

ดอกช่อ ออกที่ซอกใบ กลีบดอกมี 6 กลีบ รูปใข่กลับ สีขาว เกสรเพศผู้ สีเหลืองสด

หัวใต้ดิน ขับลมในลำไส้ ขับเดินลมในยาถ่าย ปรุงเป็นยาสุมศีรษะเด็กผสมรวม.กับเปราะหอม แก้เด็กเป็นหวัดคัดจมูก หายใจไม่สะดวกได้ดี

สะระแหน่ : แก้จุกเสียดแน่นเฟ้อ

สะระแหน่ : แก้จุกเสียดแน่นเฟ้อ

ชื่ออื่นๆ : สะระแหน่สวน สะระแหน หอมค่อน หอมด่วน สะแน่ ฯลฯ สะระแหน่รู้จักกันดีในฐานะเครื่องปรุงกลิ่นอาหารมากกว่าในฐานะผักโดยตรง เพื่อดับกลิ่นหรือเพิ่มรสชาติของอาหารรสจัด รสแซ่บทั้งหลาย

สรรพคุณทางยา แก้ปวดท้อง แก้จุกเสียดแน่นเฟ้อ แก้หืด แก้ไอขับเสมหะ ขยี้ทาขมับ แก้ปวดศีรษะ ดมแก้ลม ทาแก้ฟกบวม ฯลฯ ช่วยให้ผายลมได้ดี ลดอาการท้องขึ้น ท้องเฟ้อ นอกจากนี้ยังสกัดเป็นน้ำมันหอมระเหยผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติ

** สมุนไพรใกล้ตัว มุ่งเสนอสรรพคุณทางยา การนำไปใช้ควรพิจารณาอย่างรอบด้าน **

อิตาลีแชมป์สุขภาพ เน้นทานผักผลไม้

อิตาลีแชมป์สุขภาพ เน้นทานผักผลไม้

สำนักข่าวบลูมเบิร์ก เปิดเผยว่าจากการสำรวจ 163 ประเทศพบว่า ประเทศที่ประชากรมีสุขภาพดีที่สุดในโลกประจำปี 2017 อันดับที่ 1 ได้เเก่ ประเทศอิตาลี ประชากรมีอายุเฉลี่ยระหว่าง 80-89 ปี จากการรับประทานอาหารที่มีประโยชน์และผักผลไม้ รวมถึงมีบุคคลากรทาการแพทย์ที่เพียงพอต่อความต้องการ อันดับต่อมาคือไอซ์แลนด์และสวิตเซอร์แลนด์ โดยสิงคโปร์เป็นประเทศเอเชียตะวันออกเฉียงใตประเทศเดียวที่อยู่ในอันดับที่ 4 การสำรวจดัชนีสุขภาพของบลูมเบิร์กจากปัจจัยหลายด้าน เช่น อายุขัยเฉลี่ย สาเหตุการเสียชีวิต ความเสี่ยงด้านสุขภาพ ไม่ว่าจะเป็นความดันโลหิตสูง การสูบบุหรี่ ภาวะทุพโภชนาและการเข้าถึงน้ำสะอาด เป็นต้น

ฟัก : ลดอ้วน บำรุงร่างกาย

ฟัก : ลดอ้วน บำรุงร่างกาย

ชื่ออื่นๆ : ฟักเขียว ฟักขาว ฟักแฟง บักฟัก ขี้พร้า ฟักหม่น ฯลฯ ผักสวนครัวชนิดหนึ่งที่ปลูกง่าย หาได้ง่าย เป็นผักชนิดแรกที่เด็กเริ่มหัดกิน ช่วยในเรื่องระบบย่อยอาหารและบำรุงร่างกายได้ นิยมนำมาใส่ในแกง ต้ม ผัดต่างๆ บ้างทำเป็นขนมหวานในเทศกาล

แต่เมนูยอดนิยมคงจะเป็นแกงเขียวหวานไก่ฟักเขียว แกงจืดฟักต้มกับไก่ แกงเลียง ฟักเขียวผัดกับหมูใส่ไข่ ฟักเชื่อม รวมถึงยอดอ่อนที่นำมาลวก หรือต้มกะทิ กินกับน้ำพริกได้ มีรสชาติอร่อยไม่แพ้ผักอื่นเหมือนกัน ตำรายาจีนโบราณกาลระบุว่า “สำหรับผู้ที่อยากให้ร่างกายผอมแต่แข็งแรงให้กินเป็นประจำ ถ้าอยากอ้วนก็อย่ากิน”

สรรพคุณ :

– ใบ แก้ฟกช้ำ แก้พิษผึ้งต่อย ช่วยรักษาบาดแผล แก้โรคบิด แก้ร้อนในกระหายน้ำ แก้บวมอักเสบมีหนอง

– ผล ขับปัสสาวะ ขับเสมหะ แก้ไอ แก้ธาตุพิการ แก้โลหิตเป็นพิษ บวมน้ำ หลอดลมอักเสบ

– ไส้ฟัก แก้อาเจียนเป็นโลหิต แก้ฝีที่เต้านม

– เมล็ด ใช้ลดไข้ แก้ริดสีดวงทวาร แก้โรคทางเดินปัสสาวะ แก้ไตอักเสบ บำรุงผิว ละลายเสมหะ ตกขาว

– ราก ต้มดื่มแก้ไข้ แก้กระหายน้ำ ถอนพิษ

– เถาสด รสขมเย็น ใช้รักษาริดสีดวงทวาร มีไข้สูง

– เปลือก เป็นยาแก้บวม ขับปัสสาวะ แก้ท้องเสีย แผลบวมอักเสบ มีหนอง

ตำรับยา :

1. แก้ร้อนใน ไข้สูง หรือไตอักเสบเรื้อรัง : ใช้ฟัก 500 กรัม ต้มน้ำให้ได้ประมาณ 3 แก้ว แบ่งกิน 3 ครั้ง ใน 1 วัน

2. สตรีเบาขัดในระหว่างตั้งครรภ์ : คั้นน้ำฟัก 1 แก้ว ผสมน้ำผึ้งให้พอมีรสหวาน ดื่มบ่อยๆ

3. ผิวหนังมีอาการแพ้เป็นผด: ต้มเปลือกฟัก ล้างบริเวณที่เป็น

4. ผลัดตกหกล้ม เอวเคล็ด : ใช้เปลือกฟักผิงไฟให้แห้ง บดเป็นผงผสมเหล้ากินครั้งละ 6 กรัมจะช่วยลดความเจ็บปวดได้

5. ไตอักเสบบวมน้ำ : ใช้เปลือกฟัก 120 กรัม หนวดข้าวโพด 30 กรัม ต้มกิน แบ่งน้ำที่ต้มได้เป็น 3 ส่วน กินใน 1 วัน

6. ไออักเสบเรื้อรัง : ใช้เมล็ดฟัก 15-30 กรัม ต้มกินน้ำ

7. ระดูขาว : ใช้เมล็ดฟัก 30 กรัม บดเป็นผง เติมน้ำตาลกรวด 30 กรัม ตุ๋นกินวันละ 2 ครั้ง

8.เบาหวาน : ให้ต้มฟักที่ปลอกเปลือกแล้ว ต้มน้ำกินครั้งละ 60-90 กรัมเป็นประจำ จะทำให้เบาหวานลดลง

9.ริดสีดวงทวาร : อาการอักเสบเจ็บบริเวณทวารหนัก ให้ต้มฟักแล้วเอาน้ำล้างจะลดการอักเสบลงได้

** สมุนไพรใกล้ตัว มุ่งเสนอสรรพคุณทางยา การนำไปใช้ควรพิจารณาอย่างรอบด้าน **

วิธีลดความเครียดในการทำงาน

วิธีลดความเครียดในการทำงาน

วันนี้เรามีเคล็ดลับว่าจะทำอย่างไรที่จะลดความเครียดในการทำงาน

1. ออกกำลังกายเพื่อระบายฮอร์โมนแห่งความเครียด เช่น การเดินขึ้นลงบันได หรือจะเป็นการเล่นกีฬา หรือทำงาน บ้านในตอนเย็นหลังเลิกงาน หรือในวันหยุดก็ได้ ร่างกายจะหลั่งฮอร์โมนแห่งความสุขออกมา ช่วยกระปรี้กระเปร่า

2. พักผ่อนให้เพียงพอ อย่าลืมว่าเครื่องจักรยังต้องมีเวลาหยุดพักและซ่อมบำรุง คุณเองก็เช่นกันต้องมีเวลาพักผ่อนบ้างเพื่อจะได้มีพลังสำหรับการทำงานในวันต่อไป

3. พูดคุยปรึกษาปัญหาที่คุณหนักใจกับคนใกล้ชิด แม้บางครั้งเขาอาจช่วยคุณแก้ปัญหาไม่ได้ แต่การได้พูดสิ่งที่อัดอั้นในใจออกไป และได้คำปลอบประโลมกลับมา คุณจะรู้สึกดีขึ้น สบายใจขึ้น และอาจคิดแก้ปัญหาได้ในเวลาต่อมา

4. รู้จักปรับเปลี่ยนความคิด อย่าเอาแต่วิตกกังวลให้มากเกินไป ลองคิดในหลายๆ แง่มุม คิดในสิ่งดีๆ คิดอย่างมีความหวังบ้าง ยังมีคนลำบากกว่าคุณอีกมาก จะได้มีกำลังใจต่อสู้ปัญหาต่อไป

5. การฝึกเทคนิคคลายเครียด เช่น การหายใจเข้าลึกๆ ให้ท้องพองออก และหายใจออกช้าๆ ให้ท้องแฟบลง จะช่วยชะลอความโกรธ คลายความกังวล ลดความกลัว และความตื่นเต้นลงได้ นอกจากนี้ควรฝึกสมาธิเพื่อสงบจิตใจ โดยมีสติอยู่กับลมหายใจเข้าออก จะช่วยคลายเครียดได้เป็นอย่างดี

เรื่องน่ารู้: ผักแพว

เรื่องน่ารู้: ผักแพว

ผักแพว หรือกะเส็งตามคำเรียกของพื้นที่ภาคใต้เป็นพืชล้มลุก ตามข้อมักมีรากงอกออกมา ลำต้นเป็นแบบทอดเลื้อยไปตามพื้นดินและมีรากงอกออกมาตามส่วนที่สัมผัสกับพื้นดิน  เจริญเติบโตได้ดีในที่ชื้นแฉะ ขยายพันธุ์ด้วยวิธีการเพาะเมล็ดและการใช้ลำต้น ปักชำ เป็นพืชล้มลุก พบได้ทั่วทุกภาคของประเทศไทย

เป็นผักที่อุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยเสริมสร้างภูมิต้านทานโรคให้กับร่างกาย และช่วยชะลอวัย ป้องกันและต่อต้านมะเร็ง ป้องกันโรคหัวใจทำให้เจริญอาหาร บำรุงประสาทและรสเผ็ดของผักแพวจะช่วยทำให้เลือดลมในร่างกายเดินสะดวกมากขึ้น

หัวใจวายเฉียบพลัน…ป้องกันได้

หัวใจวายเฉียบพลัน...ป้องกันได้

ระยะหลังข่าวการจากไปอย่างกะทันหันของเพื่อนของคนรู้จักที่อยู่รายรอบดูจะบ่อยขึ้น ส่วนหนึ่งต้องยอมรับว่าเพราะสภาพแวดล้อมและวิถีการใช้ชีวิตของมนุษย์คนเมืองเปลี่ยนไปมากมาย อาหารการกินหนึ่ง การออกกำลังกายอีกหนึ่งที่ถือว่าสำคัญมากๆ ไม่นับพฤติกรรมการใช้ชีวิตที่อยู่บนความเสี่ยงมากมาย

ในความเป็นจริง เราสามารถออกจากกลุ่มเสี่ยงนี้ได้ แล้วใครกันที่จัดอยู่ในกลุ่มเสี่ยง?

1.เพศและอายุ จากสถิติเพศชายมีโอกาสเป็นโรคหลอดเลือดหัวใจมากกว่าหญิง 3-5 เท่า และมักเกิดได้ตั้งแต่อายุ 40 ปีขึ้นไป ส่วนเพศหญิงมักจะเกิดในวัยหมดประจำเดือน คือ 50-55 ปีขึ้นไป

แต่…ใช่ว่าอายุน้อยกว่านี้จะไม่มีโอกาสเป็นสมาชิกคนกลุ่มนี้

2.สูบบุหรี่

3.มีภาวะไขมันในเลือดสูง เป็นโรคความดันโลหิตสูง

4.เป็นโรคเบาหวาน สาเหตุหนึ่งที่ทำให้หลอดเลือดแข็งตัว การบีบตัวของเส้นเลือดขาดความยืดหยุ่น

ซึ่งแก้ได้ด้วยการเปลี่ยนพฤติกรรมการกินการใช้ชีวิต ทิ้งบุหรี่ซะ และควรเริ่มออกกำลังกายโดยด่วน แต่อย่าหักโหมในทันที ทางที่ดีเช็กสุขภาพปรึกษาแพทย์ก่อนเลือกชนิดการออกกำลังกาย

กินอย่างวัย ใกล้เกษียณ

กินอย่างวัย ใกล้เกษียณ

หลักการกินอาหารที่ดี คือ ให้ครบ 5 หมู่ และหลากหลาย แต่สำหรับท่านที่อยู่ในช่วงอายุ 45-59 ปี ควรเพิ่มการรับประทานอาหารที่มีแคลเซียม เช่น ผักใบเขียวทุกชนิด นม ปลาเล็กปลาน้อย เป็นต้น เพื่อป้องกันโรคกระดูกพรุน และเพิ่มอาหารที่มีไฟโตเอสโตรเจน เช่น ถั่วเหลือง น้ำเต้าหู้ ฟักทอง ข้าวกล้อง และควรลดอาหารประเภทแป้ง น้ำตาล ชา กาแฟ งดดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และบุหรี่